วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2562

4.เพราะเหตุใดผู้บริหารจึงต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจน จงอธิบายขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหาพร้อมยกตัวอย่างประกอบให้ชัดเจน

53 ความคิดเห็น:

  1. “ปัญหา” ถือเป็นครูที่ต้องฝึกฝน หากถามหาสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาไม่มีอะไรที่การันตีได้ชัดเจน หากแต่ต้องฝึกปฏิบัติ ซึ่งเทคนิคหนึ่งที่ควรนำไปใช้ คือ Walk – Talk – Train ในขณะที่เดินเก็บข้อมูลด้วยการพูด สายตาทำหน้าที่คอยสังเกตการณ์ อะไรที่ต่างจากมาตรฐานนั่นคือปัญหา โดยหน้าที่หลักๆ ของหัวหน้ามีอยู่ 3 ประเด็น คือ
    ประเด็นที่ 1 : รักษามาตรฐานที่สร้างไว้ให้ดี ให้คงอยู่
    ประเด็นที่ 2 : เข้าไปปรับปรุงปัญหา หรือถ้าต่ำกว่ามาตรฐาน ให้เข้าไปยกระดับความแตกต่างระหว่างเป้าหมายกับสภาพปัจจุบัน ให้ขึ้นมาสู่มาตรฐาน
    ประเด็นที่ 3 : ปรับปรุงสิ่งที่ดียู่แล้วให้ดีขึ้น เพื่อยกระดับ
    สิ่งที่สำคัญสำหรับหัวหน้าอีกประการหนึ่งคือ การดึงศึกยภาพของพนักงานออกมาใช้ให้เกิดผลสูงสุด
    (ชนาวาส บัววงค์ 12590013)

    ตอบลบ
  2. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ
  3. ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล
    -การกำหนดประเด็นปัญหา (Problem Identification) เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา (Symptom of Problem) คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยซึ่งปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาหารการกินของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดแพทย์ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งแพทย์จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการคือ
    1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา (Environmental Scanning)
    2. ดูสัญญาณของปัญหา (Problem Signaling)
    3. วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา (Problem Diagnostic)
    4. กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข (Categorizing & lden tification)
    ตัวอย่างเช่นในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
    1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่พนักงานขายลาออกจำนวนมากหรือไม่สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ราคาขายสินค้าสูงเกินไปหรือไม่ ฯลฯ
    2. ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลงทั้งจำนวนเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่รับมอบสินค้าเนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
    3. เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนนี้แล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยถึงลักษณะและต้นเหตุของปัญหาต่อไปว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไรและมีสาเหตุจากอะไรเช่นมีการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพหรือไม่กระบวนการผลิตมีปัญหาหรือไม่การตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนออกจำหน่ายไม่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์กรหรือไม่หากผู้บริหารพบว่าสาเหตุแห่งปัญหาคุณภาพสินค้ามาจากการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพและหากสืบค้นลงไปลึกๆอาจพบเหตุอื่นอีกเช่นการที่วัตถุดิบด้อยคุณภาพเป็นผลเนื่องมาจากฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรและนำวัตถุดิบดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าเป็นต้น
    4. ดังนั้นประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรจึงได้รับวัตถุดิบที่ด้อยคุณภาพและฝ่ายการผลิตกลับปล่อยให้มีการนำวัตถุดิบด้อยคุณภาพดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าจึงส่งผลให้สินค้าไม่ได้คุณภาพตามข้อกำหนด
    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ12590105)

    ตอบลบ
  4. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
    ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (ชนกนาฎ​ สหทรัพย์เจริญ 12590012)

    ตอบลบ
  5. -- ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล
    -การกำหนดประเด็นปัญหา (Problem Identification) เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา (Symptom of Problem) คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยซึ่งปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาหารการกินของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดแพทย์ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งแพทย์จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการคือ
    1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา (Environmental Scanning)
    2. ดูสัญญาณของปัญหา (Problem Signaling)
    3. วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา (Problem Diagnostic)
    4. กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข (Categorizing & lden tification)
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)

    ตอบลบ
  6. ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหาคือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาการของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดให้ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งจำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหาของผู้บริหารมี 4 ประการหนึ่ง พิจารณาปัญหาปัจจัย แวดล้อมของปัญหา 2 ดูสัญญาณของปัญหา 3 วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา 4 กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข
    น.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069

    ตอบลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ26 กันยายน 2562 เวลา 07:57

    -การที่ผู้บริหารต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจจึงจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดซึ่งผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข

    -ตัวอย่าง
    องค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังนี้
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง50%ในรอบ3เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)

    ตอบลบ
  8. ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)

    ตอบลบ
  9. เมื่อผู้บริหารต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
    ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล
    ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (นางสาวสุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)

    ตอบลบ
  10. การที่ผู้บริหารต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจจึงจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดซึ่งผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข

    ตัวอย่าง
    องค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังนี้
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง50%ในรอบ3เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร

    (ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)

    ตอบลบ
  11. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
    ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)

    ตอบลบ
  12. ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล
    -การกำหนดประเด็นปัญหา (Problem Identification) เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา (Symptom of Problem) คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยซึ่งปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาหารการกินของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดแพทย์ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งแพทย์จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการคือ
    1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา (Environmental Scanning)
    2. ดูสัญญาณของปัญหา (Problem Signaling)
    3. วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา (Problem Diagnostic)
    4. กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข (Categorizing & lden tification)
    ตัวอย่างเช่นในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
    1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่พนักงานขายลาออกจำนวนมากหรือไม่สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ราคาขายสินค้าสูงเกินไปหรือไม่ ฯลฯ
    2. ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลงทั้งจำนวนเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่รับมอบสินค้าเนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
    3. เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนนี้แล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยถึงลักษณะและต้นเหตุของปัญหาต่อไปว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไรและมีสาเหตุจากอะไรเช่นมีการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพหรือไม่กระบวนการผลิตมีปัญหาหรือไม่การตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนออกจำหน่ายไม่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์กรหรือไม่หากผู้บริหารพบว่าสาเหตุแห่งปัญหาคุณภาพสินค้ามาจากการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพและหากสืบค้นลงไปลึกๆอาจพบเหตุอื่นอีกเช่นการที่วัตถุดิบด้อยคุณภาพเป็นผลเนื่องมาจากฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรและนำวัตถุดิบดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าเป็นต้น
    4. ดังนั้นประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรจึงได้รับวัตถุดิบที่ด้อยคุณภาพและฝ่ายการผลิตกลับปล่อยให้มีการนำวัตถุดิบด้อยคุณภาพดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าจึงส่งผลให้สินค้าไม่ได้คุณภาพตามข้อกำหนด
    (นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)

    ตอบลบ
  13. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการ คือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่ง หากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนิการดังต่อไปนี้
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น คู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักงานขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ ราคาขายสินค้าสูงเกินไปหรือไม่ ฯลฯ
    2. ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่ปุ่มชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลงทั้งจำนวนเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่รับมอบสินค้า เนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
    3. เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนนี้แล้ว ผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยถึงลักษณะและต้นเหตุของปัญหาต่อไปว่า คุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4. ดังนั้น ประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร จึงได้รับวัตถุดิบที่ได้คุณภาพและฝ่ายการผลิตกลับปล่อยให้มีการนำวัตถุดิบรับรู้ภาพดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้า จึงส่งผลให้สินค้าไม่ได้คุณภาพตามข้อกำหนด
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  14. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
    ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)

    ตอบลบ
  15. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ
  16. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
    ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (ณัฐฌา ปักกัง 12590019)

    ตอบลบ
  17. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
    ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)

    ตอบลบ
  18. “ปัญหา” ถือเป็นครูที่ต้องฝึกฝน หากถามหาสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาไม่มีอะไรที่การันตีได้ชัดเจน หากแต่ต้องฝึกปฏิบัติ ซึ่งเทคนิคหนึ่งที่ควรนำไปใช้ คือ Walk – Talk – Train ในขณะที่เดินเก็บข้อมูลด้วยการพูด สายตาทำหน้าที่คอยสังเกตการณ์ อะไรที่ต่างจากมาตรฐานนั่นคือปัญหา โดยหน้าที่หลักๆ ของหัวหน้ามีอยู่ 3 ประเด็น คือ
    ประเด็นที่ 1 : รักษามาตรฐานที่สร้างไว้ให้ดี ให้คงอยู่
    ประเด็นที่ 2 : เข้าไปปรับปรุงปัญหา หรือถ้าต่ำกว่ามาตรฐาน ให้เข้าไปยกระดับความแตกต่างระหว่างเป้าหมายกับสภาพปัจจุบัน ให้ขึ้นมาสู่มาตรฐาน
    ประเด็นที่ 3 : ปรับปรุงสิ่งที่ดียู่แล้วให้ดีขึ้น เพื่อยกระดับ
    สิ่งที่สำคัญสำหรับหัวหน้าอีกประการหนึ่งคือ การดึงศึกยภาพของพนักงานออกมาใช้ให้เกิดผลสูงสุด

    นายนภนต์ เจียรนัย 12590040

    ตอบลบ
  19. “ปัญหา” ถือเป็นครูที่ต้องฝึกฝน หากถามหาสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาไม่มีอะไรที่การันตีได้ชัดเจน หากแต่ต้องฝึกปฏิบัติ ซึ่งเทคนิคหนึ่งที่ควรนำไปใช้ คือ Walk – Talk – Train ในขณะที่เดินเก็บข้อมูลด้วยการพูด สายตาทำหน้าที่คอยสังเกตการณ์ อะไรที่ต่างจากมาตรฐานนั่นคือปัญหา โดยหน้าที่หลักๆ ของหัวหน้ามีอยู่ 3 ประเด็น คือ
    ประเด็นที่ 1 : รักษามาตรฐานที่สร้างไว้ให้ดี ให้คงอยู่
    ประเด็นที่ 2 : เข้าไปปรับปรุงปัญหา หรือถ้าต่ำกว่ามาตรฐาน ให้เข้าไปยกระดับความแตกต่างระหว่างเป้าหมายกับสภาพปัจจุบัน ให้ขึ้นมาสู่มาตรฐาน
    ประเด็นที่ 3 : ปรับปรุงสิ่งที่ดียู่แล้วให้ดีขึ้น เพื่อยกระดับ
    สิ่งที่สำคัญสำหรับหัวหน้าอีกประการหนึ่งคือ การดึงศึกยภาพของพนักงานออกมาใช้ให้เกิดผลสูงสุด

    นายสุ​ก​ั​ลย์​ จันทร์​ตรี​ 12590087​

    ตอบลบ
  20. ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล
    -การกำหนดประเด็นปัญหา (Problem Identification) เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา (Symptom of Problem) คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยซึ่งปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาหารการกินของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดแพทย์ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งแพทย์จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการคือ
    1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา (Environmental Scanning)
    2. ดูสัญญาณของปัญหา (Problem Signaling)
    3. วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา (Problem Diagnostic)
    4. กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข (Categorizing & lden tification)
    ตัวอย่างเช่นในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
    1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่พนักงานขายลาออกจำนวนมากหรือไม่สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ราคาขายสินค้าสูงเกินไปหรือไม่ ฯลฯ
    2. ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลงทั้งจำนวนเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่รับมอบสินค้าเนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
    3. เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนนี้แล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยถึงลักษณะและต้นเหตุของปัญหาต่อไปว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไรและมีสาเหตุจากอะไรเช่นมีการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพหรือไม่กระบวนการผลิตมีปัญหาหรือไม่การตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนออกจำหน่ายไม่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์กรหรือไม่หากผู้บริหารพบว่าสาเหตุแห่งปัญหาคุณภาพสินค้ามาจากการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพและหากสืบค้นลงไปลึกๆอาจพบเหตุอื่นอีกเช่นการที่วัตถุดิบด้อยคุณภาพเป็นผลเนื่องมาจากฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรและนำวัตถุดิบดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าเป็นต้น
    4. ดังนั้นประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรจึงได้รับวัตถุดิบที่ด้อยคุณภาพและฝ่ายการผลิตกลับปล่อยให้มีการนำวัตถุดิบด้อยคุณภาพดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าจึงส่งผลให้สินค้าไม่ได้คุณภาพตามข้อกำหนด
    (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)

    ตอบลบ
  21. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (วิลาสินี เกตุแก้ว12590073)

    ตอบลบ
  22. ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล
    -การกำหนดประเด็นปัญหา (Problem Identification) เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา (Symptom of Problem) คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยซึ่งปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาหารการกินของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดแพทย์ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งแพทย์จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการคือ
    1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา (Environmental Scanning)
    2. ดูสัญญาณของปัญหา (Problem Signaling)
    3. วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา (Problem Diagnostic)
    4. กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข (Categorizing & lden tification)
    ตัวอย่างเช่นในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
    1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่พนักงานขายลาออกจำนวนมากหรือไม่สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ราคาขายสินค้าสูงเกินไปหรือไม่ ฯลฯ
    2. ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลงทั้งจำนวนเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่รับมอบสินค้าเนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
    3. เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนนี้แล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยถึงลักษณะและต้นเหตุของปัญหาต่อไปว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไรและมีสาเหตุจากอะไรเช่นมีการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพหรือไม่กระบวนการผลิตมีปัญหาหรือไม่การตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนออกจำหน่ายไม่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์กรหรือไม่หากผู้บริหารพบว่าสาเหตุแห่งปัญหาคุณภาพสินค้ามาจากการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพและหากสืบค้นลงไปลึกๆอาจพบเหตุอื่นอีกเช่นการที่วัตถุดิบด้อยคุณภาพเป็นผลเนื่องมาจากฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรและนำวัตถุดิบดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าเป็นต้น
    4. ดังนั้นประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรจึงได้รับวัตถุดิบที่ด้อยคุณภาพและฝ่ายการผลิตกลับปล่อยให้มีการนำวัตถุดิบด้อยคุณภาพดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าจึงส่งผลให้สินค้าไม่ได้คุณภาพตามข้อกำหนด
    (นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ
  23. เมื่อผู้บริหารต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
    ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล
    ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ
  24. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ
  25. ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (บุญธิดา กะตะศิลา 1290043)

    ตอบลบ

  26. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
    ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)

    ตอบลบ
  27. ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหานั้นผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอน4ประการ ดังนี้
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    การที่ผู้บริหารต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจน ยกตัวอย่างปัญหาด้านการบริหารคน เนื่องจากปัญหาของคนมีหลายรูปแบบ ดังนั้น ถ้าต้องการให้ได้ปัญหาที่แท้จริง จึงควรจะแบ่งกลุ่มปัญหาของคนในองค์กรออกเป็นกลุ่ม เช่น ปัญหาเกี่ยวกับบรรยากาศในการทำงาน ปัญหาเกี่ยวกับผลตอบแทน ปัญหาเกี่ยวกับความผูกพันต่องานหรือองค์กร ปัญหาด้านการทำงานร่วมกัน ปัญหาชีวิตส่วนตัวครอบครัว ปัญหาการเมืองในองค์กร ฯลฯ การแบ่งกลุ่มปัญหาจะช่วยให้การศึกษาปัญหาชัดเจนมากขึ้น เพราะถ้าเราศึกษาปัญหาโดยภาพรวม ทำให้ไม่สามารถแยกแยะลักษณะและสาเหตุของปัญหาได้อย่างชัดเจน
    (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)

    ตอบลบ
  28. การที่ผู้บริหารต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจจึงจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดซึ่งผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข

    -ตัวอย่าง
    องค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังนี้
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง50%ในรอบ3เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร

    (สิริกร ราชมณี 12590084)

    ตอบลบ
  29. 4.เพราะเหตุใดผู้บริหารจึงต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจน จงอธิบายขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหาพร้อมยกตัวอย่างประกอบให้ชัดเจน
    ตอบ : เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
    ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)

    ตอบลบ
  30. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
    ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร

    รัญชริดา มะนุ่น 12590067

    ตอบลบ
  31. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
    ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร


    ดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028

    ตอบลบ
  32. ผู้บริหารต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจจึงจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดซึ่งผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข

    -ตัวอย่าง
    องค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังนี้
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง50%ในรอบ3เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (ศศิมา ปานชงค์ 12590077)

    ตอบลบ
  33. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)

    ตอบลบ
  34. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
    ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)

    ตอบลบ
  35. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
    ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)

    ตอบลบ
  36. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
    ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)

    ตอบลบ

  37. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
    ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)

    ตอบลบ
  38. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร

    กุลปริยา แย้มเกษร 12590005

    ตอบลบ
  39. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
    ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ
  40. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
    ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร

    (นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)

    ตอบลบ
  41. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
    ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)

    ตอบลบ
  42. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
    ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (สุภัทษา สนธิช่วย 12590096)

    ตอบลบ
  43. ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหาคือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาการของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดให้ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งจำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหาของผู้บริหารมี 4 ประการหนึ่ง พิจารณาปัญหาปัจจัย แวดล้อมของปัญหา 2 ดูสัญญาณของปัญหา 3 วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา 4 กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข

    (ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)

    ตอบลบ
  44. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (ดวงหทัย โฉมมา 12590029)

    ตอบลบ
  45. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
    ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)

    ตอบลบ
  46. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
    ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร

    (สมภพ ขุนทรง 12590079)

    ตอบลบ

  47. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    วชิราพร คำกอง 12590068

    ตอบลบ
  48. ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล
    -การกำหนดประเด็นปัญหา (Problem Identification) เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา (Symptom of Problem) คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยซึ่งปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาหารการกินของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดแพทย์ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งแพทย์จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการคือ
    1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา (Environmental Scanning)
    2. ดูสัญญาณของปัญหา (Problem Signaling)
    3. วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา (Problem Diagnostic)
    4. กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข (Categorizing & lden tification)
    ตัวอย่างเช่นในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
    1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่พนักงานขายลาออกจำนวนมากหรือไม่สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ราคาขายสินค้าสูงเกินไปหรือไม่ ฯลฯ
    2. ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลงทั้งจำนวนเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่รับมอบสินค้าเนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
    3. เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนนี้แล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยถึงลักษณะและต้นเหตุของปัญหาต่อไปว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไรและมีสาเหตุจากอะไรเช่นมีการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพหรือไม่กระบวนการผลิตมีปัญหาหรือไม่การตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนออกจำหน่ายไม่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์กรหรือไม่หากผู้บริหารพบว่าสาเหตุแห่งปัญหาคุณภาพสินค้ามาจากการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพและหากสืบค้นลงไปลึกๆอาจพบเหตุอื่นอีกเช่นการที่วัตถุดิบด้อยคุณภาพเป็นผลเนื่องมาจากฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรและนำวัตถุดิบดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าเป็นต้น
    4. ดังนั้นประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรจึงได้รับวัตถุดิบที่ด้อยคุณภาพและฝ่ายการผลิตกลับปล่อยให้มีการนำวัตถุดิบด้อยคุณภาพดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าจึงส่งผลให้สินค้าไม่ได้คุณภาพตามข้อกำหนด

    วัชระ จริยสุขสกุล 071

    ตอบลบ
  49. “ปัญหา” ถือเป็นครูที่ต้องฝึกฝน หากถามหาสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาไม่มีอะไรที่การันตีได้ชัดเจน หากแต่ต้องฝึกปฏิบัติ ซึ่งเทคนิคหนึ่งที่ควรนำไปใช้ คือ Walk – Talk – Train ในขณะที่เดินเก็บข้อมูลด้วยการพูด สายตาทำหน้าที่คอยสังเกตการณ์ อะไรที่ต่างจากมาตรฐานนั่นคือปัญหา โดยหน้าที่หลักๆ ของหัวหน้ามีอยู่ 3 ประเด็น คือ
    ประเด็นที่ 1 : รักษามาตรฐานที่สร้างไว้ให้ดี ให้คงอยู่
    ประเด็นที่ 2 : เข้าไปปรับปรุงปัญหา หรือถ้าต่ำกว่ามาตรฐาน ให้เข้าไปยกระดับความแตกต่างระหว่างเป้าหมายกับสภาพปัจจุบัน ให้ขึ้นมาสู่มาตรฐาน
    ประเด็นที่ 3 : ปรับปรุงสิ่งที่ดียู่แล้วให้ดีขึ้น เพื่อยกระดับ
    สิ่งที่สำคัญสำหรับหัวหน้าอีกประการหนึ่งคือ การดึงศึกยภาพของพนักงานออกมาใช้ให้เกิดผลสูงสุด
    (ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)

    ตอบลบ
  50. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ ต่อไปนี้
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น คู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ
  51. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ ต่อไปนี้
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น คู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ
  52. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ ต่อไปนี้
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น คู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (อรณิชา ศรีสมัย 12590102)

    ตอบลบ
  53. เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
    ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
    2.ดูสัญญาณของปัญหา
    3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
    4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
    ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
    1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
    2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
    3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
    4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
    (คณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)

    ตอบลบ