“ปัญหา” ถือเป็นครูที่ต้องฝึกฝน หากถามหาสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาไม่มีอะไรที่การันตีได้ชัดเจน หากแต่ต้องฝึกปฏิบัติ ซึ่งเทคนิคหนึ่งที่ควรนำไปใช้ คือ Walk – Talk – Train ในขณะที่เดินเก็บข้อมูลด้วยการพูด สายตาทำหน้าที่คอยสังเกตการณ์ อะไรที่ต่างจากมาตรฐานนั่นคือปัญหา โดยหน้าที่หลักๆ ของหัวหน้ามีอยู่ 3 ประเด็น คือประเด็นที่ 1 : รักษามาตรฐานที่สร้างไว้ให้ดี ให้คงอยู่ประเด็นที่ 2 : เข้าไปปรับปรุงปัญหา หรือถ้าต่ำกว่ามาตรฐาน ให้เข้าไปยกระดับความแตกต่างระหว่างเป้าหมายกับสภาพปัจจุบัน ให้ขึ้นมาสู่มาตรฐานประเด็นที่ 3 : ปรับปรุงสิ่งที่ดียู่แล้วให้ดีขึ้น เพื่อยกระดับสิ่งที่สำคัญสำหรับหัวหน้าอีกประการหนึ่งคือ การดึงศึกยภาพของพนักงานออกมาใช้ให้เกิดผลสูงสุด(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ 1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ 1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ 2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(อารียา ปานทอง 12590109)
ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล-การกำหนดประเด็นปัญหา (Problem Identification) เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา (Symptom of Problem) คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยซึ่งปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาหารการกินของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดแพทย์ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งแพทย์จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการคือ 1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา (Environmental Scanning) 2. ดูสัญญาณของปัญหา (Problem Signaling) 3. วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา (Problem Diagnostic) 4. กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข (Categorizing & lden tification)ตัวอย่างเช่นในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังต่อไปนี้ 1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่พนักงานขายลาออกจำนวนมากหรือไม่สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ราคาขายสินค้าสูงเกินไปหรือไม่ ฯลฯ 2. ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลงทั้งจำนวนเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่รับมอบสินค้าเนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด 3. เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนนี้แล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยถึงลักษณะและต้นเหตุของปัญหาต่อไปว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไรและมีสาเหตุจากอะไรเช่นมีการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพหรือไม่กระบวนการผลิตมีปัญหาหรือไม่การตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนออกจำหน่ายไม่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์กรหรือไม่หากผู้บริหารพบว่าสาเหตุแห่งปัญหาคุณภาพสินค้ามาจากการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพและหากสืบค้นลงไปลึกๆอาจพบเหตุอื่นอีกเช่นการที่วัตถุดิบด้อยคุณภาพเป็นผลเนื่องมาจากฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรและนำวัตถุดิบดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าเป็นต้น 4. ดังนั้นประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรจึงได้รับวัตถุดิบที่ด้อยคุณภาพและฝ่ายการผลิตกลับปล่อยให้มีการนำวัตถุดิบด้อยคุณภาพดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าจึงส่งผลให้สินค้าไม่ได้คุณภาพตามข้อกำหนด(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ12590105)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
-- ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล-การกำหนดประเด็นปัญหา (Problem Identification) เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา (Symptom of Problem) คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยซึ่งปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาหารการกินของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดแพทย์ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งแพทย์จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการคือ1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา (Environmental Scanning)2. ดูสัญญาณของปัญหา (Problem Signaling)3. วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา (Problem Diagnostic)4. กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข (Categorizing & lden tification)ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหาคือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาการของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดให้ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งจำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหาของผู้บริหารมี 4 ประการหนึ่ง พิจารณาปัญหาปัจจัย แวดล้อมของปัญหา 2 ดูสัญญาณของปัญหา 3 วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา 4 กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขน.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069
-การที่ผู้บริหารต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจจึงจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดซึ่งผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข-ตัวอย่างองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังนี้1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง50%ในรอบ3เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
เมื่อผู้บริหารต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผลผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(นางสาวสุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
การที่ผู้บริหารต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจจึงจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดซึ่งผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังนี้1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง50%ในรอบ3เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ 1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล-การกำหนดประเด็นปัญหา (Problem Identification) เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา (Symptom of Problem) คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยซึ่งปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาหารการกินของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดแพทย์ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งแพทย์จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการคือ 1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา (Environmental Scanning) 2. ดูสัญญาณของปัญหา (Problem Signaling) 3. วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา (Problem Diagnostic) 4. กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข (Categorizing & lden tification)ตัวอย่างเช่นในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังต่อไปนี้ 1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่พนักงานขายลาออกจำนวนมากหรือไม่สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ราคาขายสินค้าสูงเกินไปหรือไม่ ฯลฯ 2. ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลงทั้งจำนวนเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่รับมอบสินค้าเนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด 3. เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนนี้แล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยถึงลักษณะและต้นเหตุของปัญหาต่อไปว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไรและมีสาเหตุจากอะไรเช่นมีการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพหรือไม่กระบวนการผลิตมีปัญหาหรือไม่การตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนออกจำหน่ายไม่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์กรหรือไม่หากผู้บริหารพบว่าสาเหตุแห่งปัญหาคุณภาพสินค้ามาจากการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพและหากสืบค้นลงไปลึกๆอาจพบเหตุอื่นอีกเช่นการที่วัตถุดิบด้อยคุณภาพเป็นผลเนื่องมาจากฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรและนำวัตถุดิบดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าเป็นต้น 4. ดังนั้นประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรจึงได้รับวัตถุดิบที่ด้อยคุณภาพและฝ่ายการผลิตกลับปล่อยให้มีการนำวัตถุดิบด้อยคุณภาพดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าจึงส่งผลให้สินค้าไม่ได้คุณภาพตามข้อกำหนด(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการ คือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่ง หากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนิการดังต่อไปนี้1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น คู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักงานขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ ราคาขายสินค้าสูงเกินไปหรือไม่ ฯลฯ2. ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่ปุ่มชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลงทั้งจำนวนเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่รับมอบสินค้า เนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด3. เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนนี้แล้ว ผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยถึงลักษณะและต้นเหตุของปัญหาต่อไปว่า คุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4. ดังนั้น ประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร จึงได้รับวัตถุดิบที่ได้คุณภาพและฝ่ายการผลิตกลับปล่อยให้มีการนำวัตถุดิบรับรู้ภาพดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้า จึงส่งผลให้สินค้าไม่ได้คุณภาพตามข้อกำหนด(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ 1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
“ปัญหา” ถือเป็นครูที่ต้องฝึกฝน หากถามหาสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาไม่มีอะไรที่การันตีได้ชัดเจน หากแต่ต้องฝึกปฏิบัติ ซึ่งเทคนิคหนึ่งที่ควรนำไปใช้ คือ Walk – Talk – Train ในขณะที่เดินเก็บข้อมูลด้วยการพูด สายตาทำหน้าที่คอยสังเกตการณ์ อะไรที่ต่างจากมาตรฐานนั่นคือปัญหา โดยหน้าที่หลักๆ ของหัวหน้ามีอยู่ 3 ประเด็น คือประเด็นที่ 1 : รักษามาตรฐานที่สร้างไว้ให้ดี ให้คงอยู่ประเด็นที่ 2 : เข้าไปปรับปรุงปัญหา หรือถ้าต่ำกว่ามาตรฐาน ให้เข้าไปยกระดับความแตกต่างระหว่างเป้าหมายกับสภาพปัจจุบัน ให้ขึ้นมาสู่มาตรฐานประเด็นที่ 3 : ปรับปรุงสิ่งที่ดียู่แล้วให้ดีขึ้น เพื่อยกระดับสิ่งที่สำคัญสำหรับหัวหน้าอีกประการหนึ่งคือ การดึงศึกยภาพของพนักงานออกมาใช้ให้เกิดผลสูงสุดนายนภนต์ เจียรนัย 12590040
“ปัญหา” ถือเป็นครูที่ต้องฝึกฝน หากถามหาสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาไม่มีอะไรที่การันตีได้ชัดเจน หากแต่ต้องฝึกปฏิบัติ ซึ่งเทคนิคหนึ่งที่ควรนำไปใช้ คือ Walk – Talk – Train ในขณะที่เดินเก็บข้อมูลด้วยการพูด สายตาทำหน้าที่คอยสังเกตการณ์ อะไรที่ต่างจากมาตรฐานนั่นคือปัญหา โดยหน้าที่หลักๆ ของหัวหน้ามีอยู่ 3 ประเด็น คือประเด็นที่ 1 : รักษามาตรฐานที่สร้างไว้ให้ดี ให้คงอยู่ประเด็นที่ 2 : เข้าไปปรับปรุงปัญหา หรือถ้าต่ำกว่ามาตรฐาน ให้เข้าไปยกระดับความแตกต่างระหว่างเป้าหมายกับสภาพปัจจุบัน ให้ขึ้นมาสู่มาตรฐานประเด็นที่ 3 : ปรับปรุงสิ่งที่ดียู่แล้วให้ดีขึ้น เพื่อยกระดับสิ่งที่สำคัญสำหรับหัวหน้าอีกประการหนึ่งคือ การดึงศึกยภาพของพนักงานออกมาใช้ให้เกิดผลสูงสุดนายสุกัลย์ จันทร์ตรี 12590087
ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล-การกำหนดประเด็นปัญหา (Problem Identification) เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา (Symptom of Problem) คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยซึ่งปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาหารการกินของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดแพทย์ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งแพทย์จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการคือ 1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา (Environmental Scanning) 2. ดูสัญญาณของปัญหา (Problem Signaling) 3. วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา (Problem Diagnostic) 4. กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข (Categorizing & lden tification)ตัวอย่างเช่นในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังต่อไปนี้ 1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่พนักงานขายลาออกจำนวนมากหรือไม่สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ราคาขายสินค้าสูงเกินไปหรือไม่ ฯลฯ 2. ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลงทั้งจำนวนเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่รับมอบสินค้าเนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด 3. เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนนี้แล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยถึงลักษณะและต้นเหตุของปัญหาต่อไปว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไรและมีสาเหตุจากอะไรเช่นมีการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพหรือไม่กระบวนการผลิตมีปัญหาหรือไม่การตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนออกจำหน่ายไม่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์กรหรือไม่หากผู้บริหารพบว่าสาเหตุแห่งปัญหาคุณภาพสินค้ามาจากการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพและหากสืบค้นลงไปลึกๆอาจพบเหตุอื่นอีกเช่นการที่วัตถุดิบด้อยคุณภาพเป็นผลเนื่องมาจากฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรและนำวัตถุดิบดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าเป็นต้น 4. ดังนั้นประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรจึงได้รับวัตถุดิบที่ด้อยคุณภาพและฝ่ายการผลิตกลับปล่อยให้มีการนำวัตถุดิบด้อยคุณภาพดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าจึงส่งผลให้สินค้าไม่ได้คุณภาพตามข้อกำหนด(อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ 1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ 1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ 2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(วิลาสินี เกตุแก้ว12590073)
ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล-การกำหนดประเด็นปัญหา (Problem Identification) เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา (Symptom of Problem) คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยซึ่งปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาหารการกินของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดแพทย์ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งแพทย์จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการคือ1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา (Environmental Scanning)2. ดูสัญญาณของปัญหา (Problem Signaling)3. วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา (Problem Diagnostic)4. กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข (Categorizing & lden tification)ตัวอย่างเช่นในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังต่อไปนี้1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่พนักงานขายลาออกจำนวนมากหรือไม่สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ราคาขายสินค้าสูงเกินไปหรือไม่ ฯลฯ2. ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลงทั้งจำนวนเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่รับมอบสินค้าเนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด3. เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนนี้แล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยถึงลักษณะและต้นเหตุของปัญหาต่อไปว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไรและมีสาเหตุจากอะไรเช่นมีการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพหรือไม่กระบวนการผลิตมีปัญหาหรือไม่การตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนออกจำหน่ายไม่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์กรหรือไม่หากผู้บริหารพบว่าสาเหตุแห่งปัญหาคุณภาพสินค้ามาจากการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพและหากสืบค้นลงไปลึกๆอาจพบเหตุอื่นอีกเช่นการที่วัตถุดิบด้อยคุณภาพเป็นผลเนื่องมาจากฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรและนำวัตถุดิบดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าเป็นต้น4. ดังนั้นประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรจึงได้รับวัตถุดิบที่ด้อยคุณภาพและฝ่ายการผลิตกลับปล่อยให้มีการนำวัตถุดิบด้อยคุณภาพดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าจึงส่งผลให้สินค้าไม่ได้คุณภาพตามข้อกำหนด(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
เมื่อผู้บริหารต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผลผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(บุญธิดา กะตะศิลา 1290043)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหานั้นผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอน4ประการ ดังนี้1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขการที่ผู้บริหารต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจน ยกตัวอย่างปัญหาด้านการบริหารคน เนื่องจากปัญหาของคนมีหลายรูปแบบ ดังนั้น ถ้าต้องการให้ได้ปัญหาที่แท้จริง จึงควรจะแบ่งกลุ่มปัญหาของคนในองค์กรออกเป็นกลุ่ม เช่น ปัญหาเกี่ยวกับบรรยากาศในการทำงาน ปัญหาเกี่ยวกับผลตอบแทน ปัญหาเกี่ยวกับความผูกพันต่องานหรือองค์กร ปัญหาด้านการทำงานร่วมกัน ปัญหาชีวิตส่วนตัวครอบครัว ปัญหาการเมืองในองค์กร ฯลฯ การแบ่งกลุ่มปัญหาจะช่วยให้การศึกษาปัญหาชัดเจนมากขึ้น เพราะถ้าเราศึกษาปัญหาโดยภาพรวม ทำให้ไม่สามารถแยกแยะลักษณะและสาเหตุของปัญหาได้อย่างชัดเจน(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
การที่ผู้บริหารต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจจึงจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดซึ่งผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข-ตัวอย่างองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังนี้1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง50%ในรอบ3เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(สิริกร ราชมณี 12590084)
4.เพราะเหตุใดผู้บริหารจึงต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจน จงอธิบายขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหาพร้อมยกตัวอย่างประกอบให้ชัดเจนตอบ : เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรนางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรรัญชริดา มะนุ่น 12590067
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
ผู้บริหารต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจจึงจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดซึ่งผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข-ตัวอย่างองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังนี้1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง50%ในรอบ3เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(ศศิมา ปานชงค์ 12590077)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ 1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ 1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรกุลปริยา แย้มเกษร 12590005
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(สุภัทษา สนธิช่วย 12590096)
ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหาคือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาการของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดให้ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งจำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหาของผู้บริหารมี 4 ประการหนึ่ง พิจารณาปัญหาปัจจัย แวดล้อมของปัญหา 2 ดูสัญญาณของปัญหา 3 วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา 4 กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข(ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ 1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ 1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ 2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(ดวงหทัย โฉมมา 12590029)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(สมภพ ขุนทรง 12590079)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ 1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ 1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ 2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรวชิราพร คำกอง 12590068
ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล-การกำหนดประเด็นปัญหา (Problem Identification) เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา (Symptom of Problem) คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยซึ่งปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาหารการกินของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดแพทย์ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งแพทย์จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการคือ1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา (Environmental Scanning)2. ดูสัญญาณของปัญหา (Problem Signaling)3. วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา (Problem Diagnostic)4. กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข (Categorizing & lden tification)ตัวอย่างเช่นในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังต่อไปนี้1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่พนักงานขายลาออกจำนวนมากหรือไม่สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ราคาขายสินค้าสูงเกินไปหรือไม่ ฯลฯ2. ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลงทั้งจำนวนเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่รับมอบสินค้าเนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด3. เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนนี้แล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยถึงลักษณะและต้นเหตุของปัญหาต่อไปว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไรและมีสาเหตุจากอะไรเช่นมีการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพหรือไม่กระบวนการผลิตมีปัญหาหรือไม่การตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนออกจำหน่ายไม่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์กรหรือไม่หากผู้บริหารพบว่าสาเหตุแห่งปัญหาคุณภาพสินค้ามาจากการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพและหากสืบค้นลงไปลึกๆอาจพบเหตุอื่นอีกเช่นการที่วัตถุดิบด้อยคุณภาพเป็นผลเนื่องมาจากฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรและนำวัตถุดิบดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าเป็นต้น4. ดังนั้นประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรจึงได้รับวัตถุดิบที่ด้อยคุณภาพและฝ่ายการผลิตกลับปล่อยให้มีการนำวัตถุดิบด้อยคุณภาพดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าจึงส่งผลให้สินค้าไม่ได้คุณภาพตามข้อกำหนดวัชระ จริยสุขสกุล 071
“ปัญหา” ถือเป็นครูที่ต้องฝึกฝน หากถามหาสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาไม่มีอะไรที่การันตีได้ชัดเจน หากแต่ต้องฝึกปฏิบัติ ซึ่งเทคนิคหนึ่งที่ควรนำไปใช้ คือ Walk – Talk – Train ในขณะที่เดินเก็บข้อมูลด้วยการพูด สายตาทำหน้าที่คอยสังเกตการณ์ อะไรที่ต่างจากมาตรฐานนั่นคือปัญหา โดยหน้าที่หลักๆ ของหัวหน้ามีอยู่ 3 ประเด็น คือประเด็นที่ 1 : รักษามาตรฐานที่สร้างไว้ให้ดี ให้คงอยู่ประเด็นที่ 2 : เข้าไปปรับปรุงปัญหา หรือถ้าต่ำกว่ามาตรฐาน ให้เข้าไปยกระดับความแตกต่างระหว่างเป้าหมายกับสภาพปัจจุบัน ให้ขึ้นมาสู่มาตรฐานประเด็นที่ 3 : ปรับปรุงสิ่งที่ดียู่แล้วให้ดีขึ้น เพื่อยกระดับสิ่งที่สำคัญสำหรับหัวหน้าอีกประการหนึ่งคือ การดึงศึกยภาพของพนักงานออกมาใช้ให้เกิดผลสูงสุด(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ ต่อไปนี้1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น คู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ ต่อไปนี้1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น คู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ ต่อไปนี้1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น คู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา2.ดูสัญญาณของปัญหา3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไขตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร(คณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
“ปัญหา” ถือเป็นครูที่ต้องฝึกฝน หากถามหาสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาไม่มีอะไรที่การันตีได้ชัดเจน หากแต่ต้องฝึกปฏิบัติ ซึ่งเทคนิคหนึ่งที่ควรนำไปใช้ คือ Walk – Talk – Train ในขณะที่เดินเก็บข้อมูลด้วยการพูด สายตาทำหน้าที่คอยสังเกตการณ์ อะไรที่ต่างจากมาตรฐานนั่นคือปัญหา โดยหน้าที่หลักๆ ของหัวหน้ามีอยู่ 3 ประเด็น คือ
ตอบลบประเด็นที่ 1 : รักษามาตรฐานที่สร้างไว้ให้ดี ให้คงอยู่
ประเด็นที่ 2 : เข้าไปปรับปรุงปัญหา หรือถ้าต่ำกว่ามาตรฐาน ให้เข้าไปยกระดับความแตกต่างระหว่างเป้าหมายกับสภาพปัจจุบัน ให้ขึ้นมาสู่มาตรฐาน
ประเด็นที่ 3 : ปรับปรุงสิ่งที่ดียู่แล้วให้ดีขึ้น เพื่อยกระดับ
สิ่งที่สำคัญสำหรับหัวหน้าอีกประการหนึ่งคือ การดึงศึกยภาพของพนักงานออกมาใช้ให้เกิดผลสูงสุด
(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
ตอบลบ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(อารียา ปานทอง 12590109)
ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล
ตอบลบ-การกำหนดประเด็นปัญหา (Problem Identification) เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา (Symptom of Problem) คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยซึ่งปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาหารการกินของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดแพทย์ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งแพทย์จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการคือ
1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา (Environmental Scanning)
2. ดูสัญญาณของปัญหา (Problem Signaling)
3. วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา (Problem Diagnostic)
4. กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข (Categorizing & lden tification)
ตัวอย่างเช่นในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่พนักงานขายลาออกจำนวนมากหรือไม่สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ราคาขายสินค้าสูงเกินไปหรือไม่ ฯลฯ
2. ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลงทั้งจำนวนเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่รับมอบสินค้าเนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
3. เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนนี้แล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยถึงลักษณะและต้นเหตุของปัญหาต่อไปว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไรและมีสาเหตุจากอะไรเช่นมีการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพหรือไม่กระบวนการผลิตมีปัญหาหรือไม่การตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนออกจำหน่ายไม่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์กรหรือไม่หากผู้บริหารพบว่าสาเหตุแห่งปัญหาคุณภาพสินค้ามาจากการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพและหากสืบค้นลงไปลึกๆอาจพบเหตุอื่นอีกเช่นการที่วัตถุดิบด้อยคุณภาพเป็นผลเนื่องมาจากฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรและนำวัตถุดิบดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าเป็นต้น
4. ดังนั้นประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรจึงได้รับวัตถุดิบที่ด้อยคุณภาพและฝ่ายการผลิตกลับปล่อยให้มีการนำวัตถุดิบด้อยคุณภาพดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าจึงส่งผลให้สินค้าไม่ได้คุณภาพตามข้อกำหนด
(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ12590105)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
ตอบลบผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
-- ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล
ตอบลบ-การกำหนดประเด็นปัญหา (Problem Identification) เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา (Symptom of Problem) คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยซึ่งปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาหารการกินของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดแพทย์ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งแพทย์จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการคือ
1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา (Environmental Scanning)
2. ดูสัญญาณของปัญหา (Problem Signaling)
3. วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา (Problem Diagnostic)
4. กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข (Categorizing & lden tification)
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหาคือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาการของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดให้ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งจำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหาของผู้บริหารมี 4 ประการหนึ่ง พิจารณาปัญหาปัจจัย แวดล้อมของปัญหา 2 ดูสัญญาณของปัญหา 3 วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา 4 กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข
ตอบลบน.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069
-การที่ผู้บริหารต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจจึงจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดซึ่งผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
ตอบลบ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
-ตัวอย่าง
องค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังนี้
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง50%ในรอบ3เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
ตอบลบ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
เมื่อผู้บริหารต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
ตอบลบผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล
ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(นางสาวสุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
การที่ผู้บริหารต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจจึงจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดซึ่งผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
ตอบลบ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่าง
องค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังนี้
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง50%ในรอบ3เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
ตอบลบขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล
ตอบลบ-การกำหนดประเด็นปัญหา (Problem Identification) เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา (Symptom of Problem) คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยซึ่งปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาหารการกินของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดแพทย์ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งแพทย์จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการคือ
1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา (Environmental Scanning)
2. ดูสัญญาณของปัญหา (Problem Signaling)
3. วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา (Problem Diagnostic)
4. กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข (Categorizing & lden tification)
ตัวอย่างเช่นในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่พนักงานขายลาออกจำนวนมากหรือไม่สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ราคาขายสินค้าสูงเกินไปหรือไม่ ฯลฯ
2. ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลงทั้งจำนวนเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่รับมอบสินค้าเนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
3. เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนนี้แล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยถึงลักษณะและต้นเหตุของปัญหาต่อไปว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไรและมีสาเหตุจากอะไรเช่นมีการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพหรือไม่กระบวนการผลิตมีปัญหาหรือไม่การตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนออกจำหน่ายไม่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์กรหรือไม่หากผู้บริหารพบว่าสาเหตุแห่งปัญหาคุณภาพสินค้ามาจากการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพและหากสืบค้นลงไปลึกๆอาจพบเหตุอื่นอีกเช่นการที่วัตถุดิบด้อยคุณภาพเป็นผลเนื่องมาจากฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรและนำวัตถุดิบดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าเป็นต้น
4. ดังนั้นประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรจึงได้รับวัตถุดิบที่ด้อยคุณภาพและฝ่ายการผลิตกลับปล่อยให้มีการนำวัตถุดิบด้อยคุณภาพดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าจึงส่งผลให้สินค้าไม่ได้คุณภาพตามข้อกำหนด
(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการ คือ
ตอบลบ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่ง หากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนิการดังต่อไปนี้
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น คู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักงานขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ ราคาขายสินค้าสูงเกินไปหรือไม่ ฯลฯ
2. ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่ปุ่มชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลงทั้งจำนวนเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่รับมอบสินค้า เนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
3. เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนนี้แล้ว ผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยถึงลักษณะและต้นเหตุของปัญหาต่อไปว่า คุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4. ดังนั้น ประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร จึงได้รับวัตถุดิบที่ได้คุณภาพและฝ่ายการผลิตกลับปล่อยให้มีการนำวัตถุดิบรับรู้ภาพดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้า จึงส่งผลให้สินค้าไม่ได้คุณภาพตามข้อกำหนด
(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
ตอบลบผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
ตอบลบ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
ตอบลบขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
ตอบลบขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
“ปัญหา” ถือเป็นครูที่ต้องฝึกฝน หากถามหาสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาไม่มีอะไรที่การันตีได้ชัดเจน หากแต่ต้องฝึกปฏิบัติ ซึ่งเทคนิคหนึ่งที่ควรนำไปใช้ คือ Walk – Talk – Train ในขณะที่เดินเก็บข้อมูลด้วยการพูด สายตาทำหน้าที่คอยสังเกตการณ์ อะไรที่ต่างจากมาตรฐานนั่นคือปัญหา โดยหน้าที่หลักๆ ของหัวหน้ามีอยู่ 3 ประเด็น คือ
ตอบลบประเด็นที่ 1 : รักษามาตรฐานที่สร้างไว้ให้ดี ให้คงอยู่
ประเด็นที่ 2 : เข้าไปปรับปรุงปัญหา หรือถ้าต่ำกว่ามาตรฐาน ให้เข้าไปยกระดับความแตกต่างระหว่างเป้าหมายกับสภาพปัจจุบัน ให้ขึ้นมาสู่มาตรฐาน
ประเด็นที่ 3 : ปรับปรุงสิ่งที่ดียู่แล้วให้ดีขึ้น เพื่อยกระดับ
สิ่งที่สำคัญสำหรับหัวหน้าอีกประการหนึ่งคือ การดึงศึกยภาพของพนักงานออกมาใช้ให้เกิดผลสูงสุด
นายนภนต์ เจียรนัย 12590040
“ปัญหา” ถือเป็นครูที่ต้องฝึกฝน หากถามหาสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาไม่มีอะไรที่การันตีได้ชัดเจน หากแต่ต้องฝึกปฏิบัติ ซึ่งเทคนิคหนึ่งที่ควรนำไปใช้ คือ Walk – Talk – Train ในขณะที่เดินเก็บข้อมูลด้วยการพูด สายตาทำหน้าที่คอยสังเกตการณ์ อะไรที่ต่างจากมาตรฐานนั่นคือปัญหา โดยหน้าที่หลักๆ ของหัวหน้ามีอยู่ 3 ประเด็น คือ
ตอบลบประเด็นที่ 1 : รักษามาตรฐานที่สร้างไว้ให้ดี ให้คงอยู่
ประเด็นที่ 2 : เข้าไปปรับปรุงปัญหา หรือถ้าต่ำกว่ามาตรฐาน ให้เข้าไปยกระดับความแตกต่างระหว่างเป้าหมายกับสภาพปัจจุบัน ให้ขึ้นมาสู่มาตรฐาน
ประเด็นที่ 3 : ปรับปรุงสิ่งที่ดียู่แล้วให้ดีขึ้น เพื่อยกระดับ
สิ่งที่สำคัญสำหรับหัวหน้าอีกประการหนึ่งคือ การดึงศึกยภาพของพนักงานออกมาใช้ให้เกิดผลสูงสุด
นายสุกัลย์ จันทร์ตรี 12590087
ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล
ตอบลบ-การกำหนดประเด็นปัญหา (Problem Identification) เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา (Symptom of Problem) คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยซึ่งปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาหารการกินของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดแพทย์ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งแพทย์จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการคือ
1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา (Environmental Scanning)
2. ดูสัญญาณของปัญหา (Problem Signaling)
3. วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา (Problem Diagnostic)
4. กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข (Categorizing & lden tification)
ตัวอย่างเช่นในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่พนักงานขายลาออกจำนวนมากหรือไม่สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ราคาขายสินค้าสูงเกินไปหรือไม่ ฯลฯ
2. ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลงทั้งจำนวนเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่รับมอบสินค้าเนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
3. เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนนี้แล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยถึงลักษณะและต้นเหตุของปัญหาต่อไปว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไรและมีสาเหตุจากอะไรเช่นมีการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพหรือไม่กระบวนการผลิตมีปัญหาหรือไม่การตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนออกจำหน่ายไม่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์กรหรือไม่หากผู้บริหารพบว่าสาเหตุแห่งปัญหาคุณภาพสินค้ามาจากการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพและหากสืบค้นลงไปลึกๆอาจพบเหตุอื่นอีกเช่นการที่วัตถุดิบด้อยคุณภาพเป็นผลเนื่องมาจากฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรและนำวัตถุดิบดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าเป็นต้น
4. ดังนั้นประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรจึงได้รับวัตถุดิบที่ด้อยคุณภาพและฝ่ายการผลิตกลับปล่อยให้มีการนำวัตถุดิบด้อยคุณภาพดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าจึงส่งผลให้สินค้าไม่ได้คุณภาพตามข้อกำหนด
(อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
ตอบลบ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(วิลาสินี เกตุแก้ว12590073)
ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล
ตอบลบ-การกำหนดประเด็นปัญหา (Problem Identification) เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา (Symptom of Problem) คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยซึ่งปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาหารการกินของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดแพทย์ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งแพทย์จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการคือ
1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา (Environmental Scanning)
2. ดูสัญญาณของปัญหา (Problem Signaling)
3. วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา (Problem Diagnostic)
4. กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข (Categorizing & lden tification)
ตัวอย่างเช่นในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่พนักงานขายลาออกจำนวนมากหรือไม่สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ราคาขายสินค้าสูงเกินไปหรือไม่ ฯลฯ
2. ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลงทั้งจำนวนเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่รับมอบสินค้าเนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
3. เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนนี้แล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยถึงลักษณะและต้นเหตุของปัญหาต่อไปว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไรและมีสาเหตุจากอะไรเช่นมีการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพหรือไม่กระบวนการผลิตมีปัญหาหรือไม่การตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนออกจำหน่ายไม่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์กรหรือไม่หากผู้บริหารพบว่าสาเหตุแห่งปัญหาคุณภาพสินค้ามาจากการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพและหากสืบค้นลงไปลึกๆอาจพบเหตุอื่นอีกเช่นการที่วัตถุดิบด้อยคุณภาพเป็นผลเนื่องมาจากฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรและนำวัตถุดิบดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าเป็นต้น
4. ดังนั้นประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรจึงได้รับวัตถุดิบที่ด้อยคุณภาพและฝ่ายการผลิตกลับปล่อยให้มีการนำวัตถุดิบด้อยคุณภาพดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าจึงส่งผลให้สินค้าไม่ได้คุณภาพตามข้อกำหนด
(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
เมื่อผู้บริหารต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
ตอบลบผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล
ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
ตอบลบ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
ตอบลบ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(บุญธิดา กะตะศิลา 1290043)
ตอบลบเมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหานั้นผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอน4ประการ ดังนี้
ตอบลบ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
การที่ผู้บริหารต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจน ยกตัวอย่างปัญหาด้านการบริหารคน เนื่องจากปัญหาของคนมีหลายรูปแบบ ดังนั้น ถ้าต้องการให้ได้ปัญหาที่แท้จริง จึงควรจะแบ่งกลุ่มปัญหาของคนในองค์กรออกเป็นกลุ่ม เช่น ปัญหาเกี่ยวกับบรรยากาศในการทำงาน ปัญหาเกี่ยวกับผลตอบแทน ปัญหาเกี่ยวกับความผูกพันต่องานหรือองค์กร ปัญหาด้านการทำงานร่วมกัน ปัญหาชีวิตส่วนตัวครอบครัว ปัญหาการเมืองในองค์กร ฯลฯ การแบ่งกลุ่มปัญหาจะช่วยให้การศึกษาปัญหาชัดเจนมากขึ้น เพราะถ้าเราศึกษาปัญหาโดยภาพรวม ทำให้ไม่สามารถแยกแยะลักษณะและสาเหตุของปัญหาได้อย่างชัดเจน
(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
การที่ผู้บริหารต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจจึงจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดซึ่งผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
ตอบลบ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
-ตัวอย่าง
องค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังนี้
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง50%ในรอบ3เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(สิริกร ราชมณี 12590084)
4.เพราะเหตุใดผู้บริหารจึงต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจน จงอธิบายขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหาพร้อมยกตัวอย่างประกอบให้ชัดเจน
ตอบลบตอบ : เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
ตอบลบขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
รัญชริดา มะนุ่น 12590067
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
ตอบลบขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
ดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
ผู้บริหารต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจจึงจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดซึ่งผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
ตอบลบ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
-ตัวอย่าง
องค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังนี้
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง50%ในรอบ3เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(ศศิมา ปานชงค์ 12590077)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
ตอบลบ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
ตอบลบผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
ตอบลบขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
ตอบลบขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ตอบลบเมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
ตอบลบ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
กุลปริยา แย้มเกษร 12590005
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
ตอบลบผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
ตอบลบขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
ตอบลบขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
ตอบลบผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(สุภัทษา สนธิช่วย 12590096)
ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหาคือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาการของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดให้ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งจำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหาของผู้บริหารมี 4 ประการหนึ่ง พิจารณาปัญหาปัจจัย แวดล้อมของปัญหา 2 ดูสัญญาณของปัญหา 3 วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา 4 กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข
ตอบลบ(ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
ตอบลบ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(ดวงหทัย โฉมมา 12590029)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
ตอบลบผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
ตอบลบผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(สมภพ ขุนทรง 12590079)
ตอบลบเมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
วชิราพร คำกอง 12590068
ผู้บริหารจำเป็นต้องศึกษากระบวนการตัดสินใจให้ถ่องแท้แล้วนำไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารงานผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆที่ระบุในกระบวนการตัดสินใจอาจพบว่าขั้นตอนต่างๆเป็นขั้นตอนที่ยึดยาวแต่เมื่อได้ฝึกฝนความคิดและการตัดสินใจจนชำนาญแล้วย่อมจะพบว่าการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการตัดสินใจนอกจากจะสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมแล้วยังจะทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิผล
ตอบลบ-การกำหนดประเด็นปัญหา (Problem Identification) เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจมิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา (Symptom of Problem) คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเปรียบได้กับทางการแพทย์หากมีผู้ป่วยซึ่งปวดท้องมาพบแพทย์และแพทย์ไม่ได้ซักประวัติสอบถามอาหารการกินของผู้ป่วยตลอดจนไม่ได้ลงมือตรวจอย่างละเอียดแพทย์ผู้นั้นอาจด่วนสรุปว่าการที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเนื่องจากท้องอืดท้องเฟ้อและเพียงจัดยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้นทั้งที่หากแพทย์ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอาจพบว่าผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่งอักเสบซึ่งแพทย์จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขั้นตอนของการกำหนดประเด็นปัญหาผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน 4 ประการคือ
1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา (Environmental Scanning)
2. ดูสัญญาณของปัญหา (Problem Signaling)
3. วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา (Problem Diagnostic)
4. กำหนดประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข (Categorizing & lden tification)
ตัวอย่างเช่นในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็วผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
1. พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่พนักงานขายลาออกจำนวนมากหรือไม่สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ราคาขายสินค้าสูงเกินไปหรือไม่ ฯลฯ
2. ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่เช่นยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาและพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆเช่นยอดขายที่ลดลงทั้งจำนวนเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่รับมอบสินค้าเนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
3. เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนนี้แล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยถึงลักษณะและต้นเหตุของปัญหาต่อไปว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไรและมีสาเหตุจากอะไรเช่นมีการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพหรือไม่กระบวนการผลิตมีปัญหาหรือไม่การตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนออกจำหน่ายไม่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์กรหรือไม่หากผู้บริหารพบว่าสาเหตุแห่งปัญหาคุณภาพสินค้ามาจากการใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพและหากสืบค้นลงไปลึกๆอาจพบเหตุอื่นอีกเช่นการที่วัตถุดิบด้อยคุณภาพเป็นผลเนื่องมาจากฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรและนำวัตถุดิบดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าเป็นต้น
4. ดังนั้นประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กรจึงได้รับวัตถุดิบที่ด้อยคุณภาพและฝ่ายการผลิตกลับปล่อยให้มีการนำวัตถุดิบด้อยคุณภาพดังกล่าวมาใช้ในการผลิตสินค้าจึงส่งผลให้สินค้าไม่ได้คุณภาพตามข้อกำหนด
วัชระ จริยสุขสกุล 071
“ปัญหา” ถือเป็นครูที่ต้องฝึกฝน หากถามหาสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาไม่มีอะไรที่การันตีได้ชัดเจน หากแต่ต้องฝึกปฏิบัติ ซึ่งเทคนิคหนึ่งที่ควรนำไปใช้ คือ Walk – Talk – Train ในขณะที่เดินเก็บข้อมูลด้วยการพูด สายตาทำหน้าที่คอยสังเกตการณ์ อะไรที่ต่างจากมาตรฐานนั่นคือปัญหา โดยหน้าที่หลักๆ ของหัวหน้ามีอยู่ 3 ประเด็น คือ
ตอบลบประเด็นที่ 1 : รักษามาตรฐานที่สร้างไว้ให้ดี ให้คงอยู่
ประเด็นที่ 2 : เข้าไปปรับปรุงปัญหา หรือถ้าต่ำกว่ามาตรฐาน ให้เข้าไปยกระดับความแตกต่างระหว่างเป้าหมายกับสภาพปัจจุบัน ให้ขึ้นมาสู่มาตรฐาน
ประเด็นที่ 3 : ปรับปรุงสิ่งที่ดียู่แล้วให้ดีขึ้น เพื่อยกระดับ
สิ่งที่สำคัญสำหรับหัวหน้าอีกประการหนึ่งคือ การดึงศึกยภาพของพนักงานออกมาใช้ให้เกิดผลสูงสุด
(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
ตอบลบ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ ต่อไปนี้
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น คู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
ตอบลบ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ ต่อไปนี้
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น คู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ลำดับแรกผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผู้บริหารที่ไม่ได้พิจารณาประเด็นปัญหาอย่างรอบคอบอาจเข้าใจว่าอาการของปัญหา คือต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแห่งปัญหาและทำให้การตัดสินใจเป็นเพียงการแก้ไขอาการของปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ขั้นตอนการกำหนดประเด็นปัญหา ผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
ตอบลบ1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ ต่อไปนี้
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น คู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหาว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณีนี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
เมื่อผู้บริหารเผชิญกับปัญหาที่ต้องตัดสินใจลำดับและผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจนว่าปัญหานั้นมีประเด็นอะไรที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นอาจหลงประเด็นและนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด
ตอบลบผู้บริหารจำเป็นดำเนินการตามขั้นตอน4ประการคือ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา
2.ดูสัญญาณของปัญหา
3.วินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหา
4.กำหนดประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจแก้ไข
ตัวอย่างเช่น ในองค์กรแห่งหนึ่งหากพบว่ายอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ
1.พิจารณาปัจจัยแวดล้อมของปัญหา ว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นคู่แข่งทำการตัดราคาสินค้าหรือไม่ พนักขายลาออกจำนวนมากหรือไม่ สินค้าขององค์กรล้าสมัยหรือไม่ คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
2.ดูสัญญาณของปัญหา ว่ามีสัญญาณใดที่บ่งชี้ถึงปัญหาหรือไม่ เช่น ยอดขายเพิ่งจะลดลง 50% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบสัญญาณของปัญหาในด้านอื่นๆ เช่น ยอดขายที่ลดลง
3.เมื่อพบสัญญาณของปัญหาที่ชัดเจนแล้วผู้บริหารจึงต้องวินิจฉัยลักษณะและหาเหตุของปัญหาว่าคุณภาพของสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นมีลักษณะอย่างไร
4.ดังนั้นประเด็นปัญหาทีจำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจในกรณี้นี้ได้แก่ การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ดำเนินการจัดซื้อและตรวจรับวัตถุดิบตามข้อกำหนดขององค์กร
(คณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)